หัวหน้านิพล ไชยสาลี เป็นประธานเปิดงาน
The Phetchburi Natural Resources and Environmental Protection Volunteer Network
13 ตุลาคม 2551
โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่าย ทสม. ระดับตำบล จังหวัดเพชรบุรี
12 ตุลาคม 2551
กิจกรรมบวชต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์
ทำบุญเลี้ยงภัตตาหารเพลพระสงฆ์ ณ โรงเรียนบ้านหนองเขาอ่อน
นายนิวัฒน์ มั่นหมาย รองประธานฯ ทสม. เพชรบุรี นำจุดเทียน-ธูป บูชาพระพุทธ และถวายภัตตาหาร
นักเรียนตัวน้อย ร.ร. บ้านหนองเขาอ่อน และผู้สูงอายุ ต. กลัดหลวง
ต้นซิกใหญ่อายุกว่า 30 ปี ริมถนน
พระสงฆ์ทำพิธีบวชต้นซิกอายุกว่า 30 ปี
ร่วมบวชต้นซิก (2)
ร่วมบวชต้นซิก (3)
ร่วมบวชต้นซิก (4) ลุงเพ็ญ, ปู่หนุ่ย, ลุงคราม
ร่วมบวชต้นซิก (5) ลุงเพ็ญ, ลุงคราม, นิวัฒน์, ป้านิ่ม
ร่วมบวชต้นซิก (6) นักเรียน ร.ร. บ้านหนองเขาอ่อน
ร่วมบวชต้นโพธิ์อายุกว่า 50 ปี (1)
ร่วมบวชต้นโพธิ์ (2)
22 กันยายน 2551
การประชุมสัมมนา ทสม. ระดับชาติ ปี 2551 ที่อุดรธานี
" พลังทสม. พลังลดโลกร้อน "
พณฯ อนงค์วรรณและคณะ ถ่ายรูปร่วมกับเยาวชนเห่เรือบกของจังหวัดเพชรบุรี (น้องโฟล์ค+น้องละเอียด)
นิวัฒน์,ป้านิ่ม,ละเอียด,ปู่หนุ่ย (หน้าห้องประชุมวันแรก)
ผญ.สมบุญ,พี่สำราญ และคณะบ้านดอนผิงแดด (เลี้ยงรับรองวันแรก)
ลุงเพ็ญกับพี่แดงในห้องประชุม "พลังทสม. พลังลดโลกร้อน" (8 ก.ย.51)
น้องเล็ก,พี่แดง,ลุงเพ็ญ,น้องแต๋ม (หลังงานเลี้ยงรับรอง)
พี่สมเกียรติ (ทสจ. เพชรบุรี) กับดร. กฤษณา (ผอ.สสภ. 8)
2 ทสม. น้อย (น้องละเอียดกับน้องโฟล์ค)
พี่สำราญ กับพี่ปฐมเกียรติ ( ประธานฯ โคราช) สนใจชุดผลิตไบโอดีเซลขนาดเล็ก ( ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว)
น้องละเอียด, พี่สมเกียรติ, น้องขวัญ
การละเล่นเห่เรือบก ที่ ทสม. เพชรบุรีนำไปเสนอในงานการประชุมสัมมนา "พลังทสม. พลังลดโลกร้อน"
ลุงเพ็ญ เดชคุ้ม กับนิวัฒน์ มั่นหมาย
รูปภาพการเข้าร่วมงานการประชุมสัมมนาเครือข่าย ทสม. ระดับชาติ ประจำปี 2551
ณ โรงแรมเจริญศรี แกรนท์โฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ( คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพอื่น ๆ )
17 สิงหาคม 2551
ราชพฤกษ์ – ต้นไม้ประจำชาติ และความหมายอันเป็นมงคล

“ราชพฤกษ์” เป็นชื่อต้นไม้ประจำชาติ ถือเป็นไม้มงคลที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากมีดอกเป็นพวงระย้า สีเหลืองสด อันเป็นสีแห่งพระพุทธศาสนา และนอกจากนี้ สีเหลืองยังเป็นสีประจำวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพล
อดุลยเดช มหาราช พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี
ราชพฤกษ์ หรือ คูน (Cassia fistula) เป็นไม้ดอกในตระกูล Fabaceae เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ทางตอนใต้ของปากีสถาน ไปจนถึงอินเดีย พม่า และศรีลังกา นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในที่โล่งแจ้ง สามารถปลูกได้ทั้งดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ทนต่อความแห้งแล้งและดินเค็มได้ดี แต่ไม่ทนในอากาศหนาวจัด ซึ่งอาจติดเชื้อราหรือโรคใบจุดได้
ราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูง 10-20 เมตร ดอกขึ้นเป็นช่อยาว 20-40 เซนติเมตร แต่ละดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-7 เซนติเมตร มีกลีบดอกสีเหลืองขนาดเท่ากัน 5 กลีบ ผลยาว 30-62 เซนติเมตร และกว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร มีกลิ่นฉุน และมีเมล็ดที่มีพิษเป็นจำนวนมาก
ชื่อของราชพฤกษ์นั้นมีการเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกราชพฤกษ์ว่า คูน เนื่องจากจำง่ายกว่า (แต่มักจะเขียนผิดเป็น คูณ)
ทางภาคเหนือ เรียกว่า ลมแล้ง
ทางภาคใต้ เรียกว่า อ้อดิบ
ในปัตตานี เรียกว่า ลักเกลือ หรือ ลักเคย
ชาวกะเหรี่ยงและในกาญจนบุรี เรียกว่า กุเพยะ
การดูแลรักษา
แสง ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
น้ำ ต้องการปริมาณน้ำน้อย ควรให้น้ำ 7-10 วัน/ครั้ง อายุประมาณ 4 ปี สามารถทนต่อสภาพธรรมชาติได้
ดิน ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว
ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2-3 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 3-4 ครั้ง
การขยายพันธุ์ การตอนกิ่ง การเพาะเมล็ด วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การเพาะเมล็ด
โรค ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อสภาพธรรมชาติพอสมควร
ศัตรู หนอนเจาะลำต้น (Stem boring caterpillars)จะมีอาการ ลำต้นหรือยอดเป็นรู เป็นรอยเจาะทำให้กิ่งหักงอ
การป้องกัน รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก หรือกำจัดแมลงพาหะ ใช้ยาเช่นเดียวกับการกำจัด
การกำจัด ใช้ยาไดเมทโธเอท หรือ เมโธมิล อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก
สรรพคุณ
ส่วนต่างๆ ของต้นราชพฤกษ์มีประโยชน์ดังนี้
ฝักแก่ เนื้อสีน้ำตาลดำและชื้นตลอดเวลา มีรสหวาน สามารถใช้เป็นยาระบายได้ โดยนำฝักมาต้มกับน้ำ และเติมเกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนนอนหรือก่อนรับประทานอาหาร นอกจากนั้น ฝักแก่ยังมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทของแมลง เมื่อนำฝักมาบดผสมน้ำแช่ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน สารละลายที่กรองได้สามารถฉีดพ่นกำจัดแมลงและหนอนในแปลงผักได้
ฝักอ่อน สามารถใช้ขับเสมหะได้
ใบ สามารถนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคได้
ดอก แก้แผลเรื้อรัง
ความเชื่อ
คนไทยในสมัยโบราณเชื่อว่า ควรปลูกต้นราชพฤกษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านเรือนมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นทวีคูณ ซึ่งความเป็นจริงคือทิศดังกล่าวจะได้รับแดดจัดตลอดช่วงบ่าย จึงควรปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ลดความร้อนและทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น
คนไทยในสมัยโบราณยังมีความเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นราชพฤกษ์ไว้ประจำบ้านจะช่วยให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ด้วยคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับว่าต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าสูงและยังเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยอีกด้วย นอกจากนี้มีความเชื่อว่า ใบของต้นราชพฤกษ์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะในพิธีทางไสยศาสตร์ให้ใบทำน้ำพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ได้ผลดี ดังนั้นจึงถือว่าต้นราชพฤกษ์เป็นไม้มงคล
1 พฤษภาคม 2551
ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม(2)
แผนที่ความหลากหลายทางชีวภาพ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม